ศูนย์บริการคลินิกกัญชาทางการแพทย์นำร่อง

โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เปิด ศูนย์บริการคลินิกกัญชาทางการแพทย์นำร่อง
ที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี นายแพทย์สำเริง แหยงกระโทก ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เป็นประธานเปิด “บริการคลินิกกัญชาทางการแพทย์” นำร่อง ในเขตสุขภาพที่ 8 โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี โดยมีนายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี, นายแพทย์สมิต ประสันนาการ ผู้อำนวยการเขตสุขภาพที่ 8 }นายแพทย์สวัสดิ์ อภิวัจนีวงศ์ สาธารณสุขนิเทศก์เขตสุขภาพที่ 8 นายแพทย์ปรเมษฐ์ กิ่งโก้ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี และนายแพทย์ณรงค์ ธาดาเดช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุดรธานี และคณะแพทย์ เภสัช ร่วมในพิธี ในครั้งนี้

จากนั้น นายแพทย์สำเริงฯ พร้อมด้วยคณะแพทย์ ได้ทำการแถลงข่าว จากสภาพปัญหาร.พ.ศูนย์ที่มีผู้มารับบริการจำนวนมาก และเกิดความแออัดของผู้มาใช้บริการ สสจ.อุดรธานี ร.พ.อุดรธานี ร่วมกับโรงพยาบาลภาครัฐทั้งสังกัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย รวมถึงกระทรวงกลาโหมในเขตจังหวัดอุดรธานี และจังหวัดใกล้เคียงในเขตสุขภาพที่ 8 ได้ดำเนินการ ตาม โครงการ One Province One Hospital,โครงการ Smart Hospital, การจัดคลินิกพิเศษเฉพาะทางนอกเวลาราชการ (Special Medical Clinic: SMC) เพื่อให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของประชาชนให้แข็งแรงทั้งทางกายและทางใจ สอดคล้องกับนโยบาย 5 ด้าน ของท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านอนุทิน ชาญวีรกุล เพื่อบรรลุเป้าหมาย “ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ร่างกายแข็งแรง ทำให้เศรษฐกิจของประเทศแข็งแรง”

นายแพทย์สำเริงฯ กล่าวว่า ตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้มีนโยบายผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์และสาธารณสุข ให้ประชาชนเข้าถึงการใช้กัญชาและสมุนไพรทางการแพทย์ได้อย่างปลอดภัย โดยเริ่มกระจายการให้บริการสารสกัดน้ามันกัญชากับโรงพยาบาลศูนย์ 12 แห่งและยังมีสถานพยาบาลที่ให้บริการด้านแพทย์แผนไทยอีก 7 แห่งทั่วประเทศนั้น จ.อุดรธานี ได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับภารกิจดังกล่าวอย่างครอบคลุม 3 ด้านได้แก่ 1. ด้านบริการ “คลินิกกัญชา” โรงพยาบาลอุดรธานี โดยทาง ร.พ.ศูนย์อุดรฯ เป็นสถานบริการที่เปิดให้บริการ “คลินิกกัญชา” นำร่อง ในเขตสุขภาพที่ 8 โดยจะเน้นให้การรักษาในโรคที่กำหนดว่าใช้กัญชาได้ผลเป็นหลักได้แก่ โรคลมชักที่รักษายากและโรคลมชักที่ดื้อต่อยารักษา, ภาวะคลื่นไส้และอาเจียน จากยาเคมีบำบัดที่รักษาด้วยวิธีมาตรฐานไม่ได้ผล, ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็งในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis) และภาวะปวดประสาทที่รักษาด้วยวิธีอื่น ๆ แล้วไม่ได้ผล (Intractable Neuropathic Pain) โดย “คลินิกกัญชา” จะเปิดให้บริการทั้งในด้านแพทย์แผนปัจจุบันและแผนไทย ทุกวันพฤหัสบดีที่ 2 และ 4 ของเดือน โดยจะเริ่มวันแรก คือวันที่ 26 สิงหาคม 2562 นี้

ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ข้อมูลจาก สสจ.อุดรธานี มีผู้ป่วยที่มาแจ้งนิรโทษกรรมกัญชามากถึง 300 ราย อย่างไรก็ตามคาดว่าจะยังมีผู้ป่วยที่ต้องการใช้กัญชาทางการแพทย์อีกจำนวน 3,243 ราย ที่ยังรอรับการวินิจฉัยและรักษาให้เป็นไปตามหลักการและแนวทางที่ถูกต้อง เป็นนิมิตรหมายที่ดีในการผลักดันสารสกัดกัญชาของกระทรวงสาธารณสุขให้ผู้ป่วยได้รับประโยชน์สูงสุดและปลอดภัย ภายใต้การดูแลรักษาของแพทย์อย่างมืออาชีพ

โดยเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา โรงพยาบาลอุดรธานี ได้ทดลองเปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์ดำเนินการตรวจ รักษาและให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยที่มาขอรับน้ำมันกัญชาจากโรงพยาบาล ทั้งนี้โรงพยาบาลอุดรธานี ได้รับยาน้ำมันกัญชาสูตร THC จำนวน 315 ขวด ซึ่งเหมาะกับผู้ป่วยโรคมะเร็งที่มีอาการแทรกซ้อนจากโรค เช่น ภาวะปวด นอนไม่หลับ ซึ่งวันนี้ก็มีผู้ป่วยที่ได้รับยาเป็นรายแรก มาติดตามอาการหลังการรักษาที่คลินิกด้วย ที่ผ่านมามีการติดตามอาการของผู้ป่วยทางโทรศัพท์โดยเภสัชกรที่ผ่านการอบรมการใช้กัญชาทางการแพทย์

ส่วนในด้านที่ 2. คือด้านบุคลากรทางการแพทย์ ทาง สสจ.อุดรธานี และ ร.พ.ศูนย์อุดรฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและสนับสนุนให้บุคลากรประกอบด้วยแพทย์ ทันตแพทย์และเภสัชกรของโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกแห่งเข้ารับการอบรมการใช้สารสกัดจากกัญชาทางการแพทย์สาหรับบุคลากรทางการแพทย์ทั้งนี้มีบุคลากรที่ผ่านการอบรมแล้วและที่คาดว่าจะผ่านการอบรมหลักสูตรจากกรมการแพทย์ที่กำลังจัดขึ้นในวันที่ 26 -27สิงหาคม 2562 รวมทั้งสิ้นราว 350 คน และถ้ารวมการอบรมผ่าน Teleconference ไปยังเขต 2, 7, 10, 11 และเขต 12 จะมีผู้เข้าร่วมอบรมถึง 1,350 คน นอกจากนั้นยังมีบุคลากรที่ผ่านการอบรมหลักสูตรจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกอีกจำนวน 228 คน มีนิทรรศการความรู้ด้านการใช้สารสกัดกัญชาทางการแพทย์แก่ผู้ที่สนใจที่ห้องประชุมรักษ์ธรรม บริเวณชั้น 7อาคารอานวนการและผู้ป่วยนอก สิ่งนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่า อุดรธานี มีความพร้อมในด้านบุคลากรที่จะให้บริการแก่ผู้ป่วยดังกล่าวอย่างมืออาชีพ

ส่วนด้านที่ 3.คือด้านการปลูกกัญชา อุดรธานีโดยความร่วมมือของโรงพยาบาลของรัฐร่วมกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดอุดรธานี มีความพร้อมในด้านการปลูกกัญชา โดยขณะนี้มีพื้นที่ที่แจ้งความจำนงขอปลูกกัญชาในพื้นที่ 4 อำเภอ จำนวน 5 แหล่งปลูก ได้แก่ เขตอำเภอเมือง สถานที่คือ รพ.สต.บ้านเชียงพิณ,อำเภอหนองวัวซอ สถานที่ปลูกมี 2 แห่งได้แก่ รพ.หนองวัวซอ และ รพ.สต.หนองแซง,อำเภอบ้านดุง สถานที่ปลูกคือ รพ.สมเด็จพระยุพราชบ้านดุง และ ตำบลห้วยเกิ้ง อำเภอกุมภวาปี สถานที่ปลูกคือ โรงพยาบาลห้วยเกิ้ง ทั้งนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการขออนุญาตเพื่อปลูกกับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

ต่อจากนั้นนายแพทย์สำเริง แหยงกระโทก ผช.รมว.การกระทรวงสาธารณสุข และคณะ ก็เดินทางไปตรวจเยี่ยมและรับฟังความคิดเห็นของ รพ.สต.เชียงพิณ สถานที่ได้รับอนุญาตให้ปลูกกัญชา เขตอำเภอเมืองอุดรฯ ได้เปิดเผยว่า สำหรับกัญชาที่เราจะปลูกนั้นจะปลูกสายพันธ์หางกระรอก ส่วนที่โคราชจะเป็นฝอยทอง แต่ที่จริงอยากให้เป็นสายพันธ์ของไทย สายพันธ์อะไรก็ได้ เพราะมหาวิทยาลัยเขาสามารถปรับสายพันธ์หรือผสมสายพันธ์ใหม่ ๆ ได้เพราะฉะนั้นขอให้ปลูกครั้งแรกก่อน จะเป็นสายพันธ์อะไรก็ได้ขอให้เป็นของคนไทยเท่านั้น
สำหรับในพื้นที่ของอุดรธานีนั้นยังไม่มีการปลูก แต่ที่สกลนครที่ มทร.อีสาน สกลนคร ได้ร่วมมือกับทางโรงพยาบาลแล้วได้ปลูกแล้วตอนนี้ 4,000 ต้น เริ่มไปได้สักเดือนแล้ว คิดว่าอีก 2 เดือนคงเห็นผล แต่เนื่องจากสกลนครกับอุดร ก็อยู่ใกล้กันในเขต 8 ทั้ง นพ.สสจ.ทั้ง 2 แห่งและผู้บริหาร ก็เห็นด้วยว่าน่าจะขยายสู่โรงพยาบาลอำเภอ หรือ รพ.สต.เพราะมันเข้าเกณฑ์กับกฎหมายเก่าว่าจะปลูกได้นั้น โดยมหาวิทยาลัยหรือโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยร่วมมือกับรัฐวิสาหกิจแล้วปลูกได้ ดังนั้นเป็นความคิดที่ริเริ่มที่ โรงพยาบาลที่ห้วยเกิ้งกับ รพ.สต.อีก 3 แห่ง วันนี้ที่คณะได้มาดูงาน ที่แห่งนี้ตั้งใจจะปลูกในการที่จะขยายจากสกลนครออกมาสู่โรงพยาบาลต่อไป และหลังจากที่ปลูกแล้วก็ใช้ระยะเวลาประมาณ 3 – 4 เดือน ที่จะเอาใบหรือดอกหรือต้นไปทำยาต่อไป ส่วนการสกัดนี้ก็จะมีหลายแห่ง คือส่งไปที่แพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณสุข อย.ก็ได้ หรือที่ ร.พ.อภัยภูเบศก็ได้ หรือแม้แต่อุดรธานีเองที่มีโรงพยาบาลห้วยเกิ้ง ที่ได้รับ GSE ที่สามารถทำการแปรรูปได้ในการใช้ยา

ส่วนที่ทางสังคมมีความกังวล หลังปลูกแล้ว จะมีการนำไปใช้ทางอื่นที่แปลกไปนั้น ผช.รมว.สธ.กล่าวว่า ในจุดตรงนี้การขออนุญาตปลูกนั้นมันยากมาก บางแห่งขอมา 2 ปี จึงมีการออกระเบียบที่รัดกุม เช่นการปลูกนั้นจะต้องมีรั้ว 2 ชั้น ป้องกันอันตรายจากคนที่เข้าไป หรือใครจะเข้าไปก็ต้องมีการจดบันทึกไว้หรือมีกล้องวงจรปิด ส่องดูตลอดเวลา และต้องมียามเฝ้าตลอดไป เพื่อไม่ให้นำกัญชาออกไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นให้ใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ บางประเทศเขาติดจีพีเอส หมายเลขประจำต้นเลย ไม่สามารถเอาไปไหนได้ เพราะฉะนั้นการควบคุมด้านนี้ก็จะรัดกุมเข้มงวดในการที่จะใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ต่อการแพทย์เท่านั้น

กฤษดา จันทร์ดวง ข่าว และ ภาพ
ชมพูเนกข์ ทานิกาวะ สำนักข่าว คปท. รายงาน

#กัญาชาเพื่อการแพทย์ #คลินิกกัญชา #โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี #กัญชารักษาโรค #น้ำมันกัญชา #ข่าวชาวบ้าน #ข่าวอุดรธานี #สำนักข่าวคปท

Facebook Comments

Admin คปท