นำผู้ร้ายก่อเหตุยิงสองนักศึกษา ที่หมู่บ้านมลิวัลย์วิลล่า ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

พล.ต.ท.บุญลือ กอบางยาง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สตช.ปฏิบัติหน้าที่ รอง ผบช.ภ.4 พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธุ์ ผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.สรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน และชุดปฏิบัติการพิเศษ นำตัว นายธัส พรหมศรีจันทร์ อายุ 32 ปี อยู่ที่ 499/48 หมู่ 7 ซ.โนนพิบูลย์ ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี มาชี้จุดเกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ หลังจากถูกจับกุมตามหมายจับของศาล จ. อุดรธานี ที่ จ 235/2562 ลงวันที่ 25 กันยายน 2562
เป็นผู้ต้องหาคดี “พยายามฆ่าผู้อื่น ชิงทรัพย์โดยมีอาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป , พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร และยิงปืน ซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในหมู่บ้านหรือที่ชุมชน” หลังก่อเหตุยิง 2 นักศึกษาคู่รัก อายุ 17 ปี ภายในบ้านเลขที่ 44/124 หมู่บ้านมลิวัลย์วิลล่า ถ.รอบเมือง เขตเทศบาลนครอุดรธานี เพื่อชิงทรัพย์โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอโฟน 2 เครื่อง เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 24 กันยายน ที่ผ่านมา
โดยเบื้องต้น นายธัส ให้การรับสารภาพประกอบการทำแผนว่า ได้ก่อเหตุชิงทรัพย์และยิงผู้บาดเจ็บจริง โดยตนทำงานเป็นผู้จัดการบริษัทขนส่งสินค้า เอกชนแห่งหนึ่ง สาขา อ.กุดจับ จ.อุดรธานี เงินเดือน 2 หมื่นบาท แต่งงานมีลูก 2 คน แต่เงินเดือนไม่พอใช้จ่ายในครอบครัว จึงได้ยักยอกเงินบริษัทมาใช้จ่ายส่วนตัวหลายหมื่นบาท เป็นหนี้นายทุนเงินกู้นอกระบบ และเป็นหนี้บริษัทไฟแนนซ์ ที่นำรถยนต์เก๋งไปเข้าไฟแนนซ์ รวมแล้วหลายแสนบาท จึงคิดหาทางจะนำเงินไปใช้ทางบริษัทฯ ขับรถเก๋งออกตระเวนลักทรัพย์ตามบ้านเรือนไปขายใช้หนี้ โดยพกอาวุธปืนแบงก์กัน ซึ่งเป็นอาวุธปืนสำหรับถ่ายทำภาพยนตร์ ที่สั่งซื้อทางอินเตอร์เน็ต นำมาดัดแปลงบรรจุกระสุน ขนาด .380 จำนวน 4 นัด ติดตัวไปก่อเหตุ โดยไม่ได้ตั้งใจยิง แต่เกิดปืนลั่นใส่ผู้บาดจ็บทั้ง 2 คน
โดย พล.ต.ท.บุญลือฯ ให้ นายธัสฯ ทำแผน ในตอนที่ก่อเหตุ โดย นายธวัสฯ ได้ขับรถเก๋งฮอนด้า เข้ามาภายในหมู่บ้านมลิวัลย์ ดูราดลาวบ้านที่ไม่มีคนอยู่ เพื่อจะเข้าไปลักทรัพย์ จนมาถึงบ้านเลขที่ 44/124 ที่อยู่หลังสุดท้ายของหมู่บ้าน และบ้านข้าง ๆ ไม่มีคนอยู่ ส่วนหน้าบ้านมีและป่าหญ้า จึงจอดรถหันหน้ารถไปทางออกหมู่บ้าน จากนั้นจึงลงรถ นำอาวุธปืนเหน็บที่เอว เปิดประตูรั้วหน้าบ้าน ที่ไม่ได้ใส้กุญแจไว้ เดินเข้าไปเปิดประตูไม้ข้างห้องโถงรับแขกที่ไม่ได้ล็อคประตู เช่นกัน โดยได้เข้าไปยกทีวีจอแบน 44 นิ้ว ในห้องรับแขก ไปไว้ในก่อนรถ
จากนั้นได้กลับเข้าไปในบ้านอีกครั้ง และเข้าไปเปิดประตูห้องต่าง ๆ และไปเปิดประตูห้องของ 2 นักศึกษาคู่รัก ที่นอนอยู่ในห้องนอนชั้นล่าง เมื่อเปิดประตูเข้าไป และได้นำอาวุธปืนออกมา ทำให้นักศึกษาชายที่เป็นลูกชายเจ้าของบ้านลุกขึ้นมาจากที่นอน และนายธัสฯ ได้บอกว่า มีทรัพย์สินมีค่าอะไร ให้ส่งมาให้ แต่ตัวนักศึกษาชาย บอกว่า ยังเป็นเด็กยังเรียนหนังสืออยู่ ไม่มีของมีค่าอะไร ซึ่งในจังหวะนั้น ตัวนักศึกษาหญิง ที่อยู่ในห้อง แอบให้โทรศัพท์มือถือโทรฯ ไปบอกพ่อของนักศึกษาชาย บอกมามีโจรขึ้นบ้าน ให้พ่อโทรแจ้งตำรวจให้ด้วย
ขณะนั้นตัวนักศึกษาชายมีรูปร่างใหญ่กว่า นายธัสฯ ได้เข้าปล้ำต่อสู้ ซึ่งนายธัสฯ อ้างว่า ตอนที่ต่อสู้กันนั้น ปืนได้เกิดลั่นขึ้นมา ถูกที่หน้าผากของนักศึกษาชายจนล้มลงไป ขณะนั้นนักศึกษาหญิงได้วิ่งหนีออกจากห้องนอน และนายธัสฯ วิ่งตามออกมา ซึ่งตอนนั้นนายธัสฯ อ้างว่าปืนได้ลั่นไปถูกนักศึกษาหญิงล้มอยู่ที่ถนนหน้าบ้าน และนายธัสฯ ได้เข้ามาประครองตัวเข้าไปในบ้าน จากนั้นได้เข้าไปหาทรัพย์สินมีค่าในบ้านอีกครั้ง ซึ่งช่วงนั้นตัวนักศึกษาหญิง ที่ถูกยิงที่สะโพกวิ่งหนีออกจากบ้าน และวิ่งไปที่บ้านของคนในหมู่บ้าน ที่อยู่ห่างกันประมาณ 70-80 เมตร ปีนรั้วเข้าไปในบ้านขอความช่วยเหลือ
หลังจากนั้นตัวนายธัสฯ ได้หยิบโทรศัพท์มือถือของผู้บาดเจ็บ 2 เครื่อง ขึ้นรถขับหลบหนี ออกไปทางด้านข้างของหมู่บ้าน ออกถนนรอบเมือง และไปเลี้ยวเข้าทางแยกวัดป่าตูมทองวนาราม ชุมชนหนองใหญ่ และได้นำอาวุธปืน และโทรศัพท์มือถือทั้ง 2 เครื่อง ไปทิ้งที่ข้างโอ่งแดงใส่น้ำรดต้นไม้ ของเทศบาลนครอุดรธานี ที่ตั้งอยู่ริมถนนในชุมชนหนองใหญ่ ที่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 3 กิโลเมตร ก่อนจะหลบหนีไป และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุมตัวได้ที่ที่ทำงาน ที่บริษัทขนส่งเอกชน สาขา อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ที่นายธัสฯ ทำงานอยู่ โดยใช้เวลาทำแผนประมาณ 40 นาที และควบคุมตัวนายธัสฯ กลับ
โดยขณะที่ตำรวจควบคุมตัวนายธัสฯ ทำชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพ มีตำรวจ 30 นาย มาดูแลรักษาความปลอดภัย ท่ามกลางพ่อ แม่ และญาติ นักศึกษาผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คน ประมาณ 20 คน มาดูการทำแผน พร้อมกับได้ตะโกนด่าทอ นายธัสฯ ผู้ต้องหา “มึงลักของกูไปเลย ทำไมต้องยิงลูกกู จิตใจมึงทำด้วยอะไร มึงยิงลูกกูทำไม กว่ากูจะเลี้ยงลูกมาจนโตขึ้นมาได้
น.ส.ฑิฆัมพร วงศ์ขุมทอง อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32/2 ต.หนองไผ่ อ.เมืองอุดรธานี พี่สาว นักศึกษาของฝ่ายหญิง ได้บอกว่า ในวันเกิดเหตุ น้องสาวกับแฟนของเขา อยู่ในบ้าน กำลังจะออกไปช่วยพ่อแม่ทำงาน แต่คนร้ายเข้ามาในบ้าน ทำทีมาถามคน บอกว่าจะมาทวงหนี้สิน แต่ก็ชักอาวุธปืนออกมาขู่ แล้วบอกว่า เอาทรัพย์สินออกมาให้หมด แล้วน้องสาว ก็โทรไปหาพ่อแฟนฝ่ายชาย ขอความช่วยเหลือมีโจรเข้ามาปล้น แล้วคนร้ายก็ได้ยิงแฟนน้องสาว ก่อนที่น้องสาวพยายามวิ่งหนีออกมาก็โดนยิงล้มลง บริเวณหน้าประตูรั้วหน้าบ้าน แล้วคนร้ายก็ลากเอาตัวกลับมาเข้าไปในบ้าน เอามีดจี้คอน้องสาว ขู่ให้บอกทรัพย์สินว่าอยู่ที่ไหนบ้าง แล้วคนร้ายได้ขี้นไปชั้นสอง น้องสาวจึงได้วิ่งออกมาขอความชาวยเหลือของชาวบ้าน
พล.ต.ท.บุญลือ กอบางยาง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สตช.ปฏิบัติหน้าที่ รอง ผบช.ภ.4 เปิดเผยว่า เบาะแส ที่สามารถนำไปจับคนร้ายได้จากกล้องวงจรปิด และพลเมืองดีด้วย โดยคดีส่วนใหญ่ที่จับกุมคนร้าย ได้ก็เพราะกล้องวงจรปิด ส่วนมากเป็นของเอกชนหรือชาวบ้าน แต่กล้องของหลวง เสียเกิน50 เปอร์เซ็นต์ ก็อยากให้ประชาชน หรือเอกชน ให้ติดตั้งกล้องวงจปิดบ้านทุกหลัง เพื่อเป็นการป้องกันตัวเอง และช่วยเหลือเพื่อนบ้าน ถ้ามีเหตุเกิดขึ้นมา คนร้ายที่เข้ามาก่อเหตุมีความประสงค์ต่อทรัพย์ เพราะหนี้สินจำนวนมาก อยากให้บริษัทเอกชนขนส่ง ในการรับคนเข้ามาทำงานควร ตรวจสอบประวัติ อย่างให้คนร้ายแฝงตัวเข้ามาทำงาน ในภาวะเศรษฐ์กิจ ในตอนนี้ด้วย โดยคนร้ายจะอาศัยแฝงตัวเข้ามา แล้วเป็นโอกาสไปส่งของ ทำให้รู้ว่าบ้านหลังไหน ที่จะเป้าหมายเข้าไปก่อเหตุ ส่วนปืนคนร้ายที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ส่งมาทางพัสดุ ไม่ได้รับการตรวจสอบ ซึ่งเป็นช่องทางในการส่งยาเสพติด หรืออาวุธปืน จำนวนมาก ในตอนนี้ ที่ทำให้หลุดรอดมาได้ ก็อยากให้ภาครัฐและเอกชน ทำการตรวจสอบ จากคำรับสารภาพของคนร้าย ที่บอกว่าปืนลั่น ใส่น้องผู้ชายและน้องผู้หญิง คงไม่ใช่ แต่ปืนไม่ขัดลำกล่อง น้องผู้หญิงคนอาจถึงตายได้ ดังกล่าว

cr: กฤษดา จันทร์ดวง
#ปล้น #ชิงทรัพย์ #ยิงบาดเจ็บ #สองนักศึกษา #หมู่บ้านมลิวัลย์วิลล่า #ทำแผน #จับกุม #ข่าวเด่น #มาแรง #ข่าวชาวบ้าน #ข่าวอุดรธานี #สำนักข่าวคปท

Facebook Comments

Admin คปท