เผา 4 ศพ เหตุฆ่ายกครัว ที่บ้านเชียงหวาง

จากกรณี นายไทยสาน ซ่อนชัย อายุ 50 ปี ลูกจ้างประจำศูนย์หม่อนไหมเขต 4 จ.อุดรธานี ทุบหัวฆ่า นางวัชราภรณ์ ซ่อนชัย อายุ 50 ปี น.ส.คชาภรณ์ ซ่อนชัย อายุ 23 ปี และ น.ส.ศศิธร ซ่อนชัย อายุ 19 ปี ภรรยาและลูกสาวตายในบ้านพัก อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี โดยเจ้าหน้าที่พบจดหมายลาตายเขียนบรรยายว่า มีหนี้สินที่กู้ยืมมาส่งให้ลูกเรียนจนจบมหาวิทยาลัย แต่ลูกยังไม่มีงานทำ แถมรายได้มากกว่ารายจ่าย ก่อนใช้เชือกผูกคอกับต้นมะม่วงหน้าบ้าน กลายเป็น 4 ศพ เหตุเกิดเมื่อเช้าวันที่ 5 มกราคม 2563 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ที่วัดไผ่ทอง บ้านเชียงหวาง ต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี นายณฐพล วิถี นายอำเภอเพ็ญ เดินทางมาร่วมพิธีฌาปนกิจศพ นายไทยสาน นางวัชราภรณ์ น.ส.คชาภรณ์ น.ส.ศศิธร ซึ่งได้นำใส่โลงเย็นวางเรียงกันอยู่ภายในศาลาการเปรียญ โดยมีญาติ ชาวบ้าน และเพื่อนเดินทางมาร่วมงานจำนวนมาก

เมื่อถึงเวลา 14.00 น. ญาติได้นำโลงศพ นายไทยสาน ขึ้นไปวางบนเมรุ ส่วนศพ นางวัชราภรณ์ น.ส.คชาภรณ์ และ น.ส.ศศิธร นำมาวางบนกองฟอน เพราะต้องทำพิธีเผานอกเมรุ
นายบุญจันทร์ แสนเหมทอง อายุ 76 ปี และนางเก้า แสนเหมทอง อายุ 71 ปี พ่อแม่นางวัชราภรณ์ ซึ่งเดินทางมาร่วมงาน และยังอยู่ในอาการโศกเศร้า เปิดเผยว่า เมื่อคืนนี้นอนไม่หลับ คิดอะไรไม่ออก ได้แต่ร้องไห้คิดถึงลูกสาวกับหลาน สงสารลูกกับหลานมาก เพราะลูกสาวคนนี้ดูแลพ่อแม่เป็นอย่างดี หลานก็เป็นเด็กดี น่ารัก เมื่อเดือนธันวาคมลูกสาวมายืมเงินพ่อแม่เพื่อไปรับปริญญาลูกสาว พวกตนก็ไปยืมญาติพี่น้องมาให้ 2 หมื่นบาท รู้สึกโกรธลูกเขยที่ตัดสินปัญหาแบบนี้ เมื่อฌาปนกิจเสร็จก็จะขอแยกอัฐิลูกสาวและหลานสาวไปเก็บไว้ที่บ้านอีก 3 ปี รอญาติพี่น้องมาพร้อมกันจึงจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้
นอกจากนี้ นายบุญจันทร์ เล่าถึงลางบอกเหตุก่อนหน้าด้วยว่า ตนกับนางเก้าไม่เคยฝันหรือมีสิ่งใดเป็นลางบอกเหตุเลย แต่มีญาติซึ่งอยู่ใกล้บ้านตนมาบอกก่อนเกิดเหตุ 1 วันว่า ฝันเห็นเครื่องบิน 4 ลำ บินวนอยู่ที่หลังคาบ้านตน แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าเป็นการฝันธรรมดา แต่พอรุ่งเช้าก็มีญาติมาบอกว่า นายไทยสาน ลูกเขย ก่อเหตุฆ่าทุบหัวลูกสาว และหลานสาวตาย ก่อนผูกคอตายตาม ซึ่งหลังเกิดเหตุอยากให้ลูกสาวและหลานมาเข้าฝัน แต่ก็ไม่มาเข้าฝันเลย ได้แต่บอกให้ลูกมาเข้าฝันพ่อแม่หน่อย เพราะคิดถึงมาก เชื่อว่าวิญญาณลูกและหลานยังวนเวียนอยู่ในบ้าน หลังจากเสร็จงานศพก็จะไปทำพิธีให้วิญญาณไปผุดไปเกิด

ด้าน น.ส.ณัฐมน จันทรเสนา อายุ 23 ปี เพื่อน น.ส.คชาภรณ์ หรือ จุ๊บแจง เปิดเผยว่า เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมต้นถึงมัธยมปลาย จุ๊บแจงเป็นเด็กเรียนดี ชอบเรียนพิเศษ ไม่เคยเกเร หลังเรียนหลังจบ ม.ปลาย ต่างแยกย้ายกันไปเรียนมหาวิทยาลัย โดยจุ๊บแจงเรียนคณะเทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ส่วนตนไปเรียนที่ลำปาง แต่โทรศัพท์คุยกันตลอด หลังเรียนจบ จุ๊บแจงได้โทรศัพท์มาหาเพื่อสอบถามเรื่องงานอยากมีงานทำ แต่ไม่ได้บ่นหรือปรับทุกข์ หรือเล่าปัญหาครอบครัวให้ฟัง พอรู้ข่าวก็รู้สึกเสียใจ ขอให้จุ๊บแจงไปสู่สุคติ
ส่วน น.ส.ป๊อบ และ น.ส.บี อายุ 18 ปี เพื่อนสนิท น.ส.ศศิธร หรือ น้องจู นักศึกษาชั้นปีที่ 1 เปิดเผยว่า จูเป็นคนร่าเริง น่ารัก สดใส เป็นคนดูแลเพื่อนทุกคน ไม่เคยพูดปัญหาครอบครัวเลย พอทราบข่าวรู้สึกช็อก ไม่เคยคิดว่าจะเป็นจู เพราะบอกว่าวันที่ 5 มกราคม เจอกันที่มหาวิทยาลัยนะ ถ้าจูฟังอยู่อยากจะบอกว่า “รักนะจูจี้ อยากให้ไปสู่ภพภูมิที่ดี”.

เผา 4 ศพ เหตุฆ่ายกครัว ที่บ้านเชียงหวาง

จากกรณี นายไทยสาน ซ่อนชัย อายุ 50 ปี ลูกจ้างประจำศูนย์หม่อนไหมเขต 4 จ.อุดรธานี ทุบหัวฆ่า นางวัชราภรณ์ ซ่อนชัย อายุ 50 ปี น.ส.คชาภรณ์ ซ่อนชัย อายุ 23 ปี และ น.ส.ศศิธร ซ่อนชัย อายุ 19 ปี ภรรยาและลูกสาวตายในบ้านพัก อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี โดยเจ้าหน้าที่พบจดหมายลาตายเขียนบรรยายว่า มีหนี้สินที่กู้ยืมมาส่งให้ลูกเรียนจนจบมหาวิทยาลัย แต่ลูกยังไม่มีงานทำ แถมรายได้มากกว่ารายจ่าย ก่อนใช้เชือกผูกคอกับต้นมะม่วงหน้าบ้าน กลายเป็น 4 ศพ เหตุเกิดเมื่อเช้าวันที่ 5 มกราคม 2563 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้นที่วัดไผ่ทอง บ้านเชียงหวาง ต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี นายณฐพล วิถี นายอำเภอเพ็ญ เดินทางมาร่วมพิธีฌาปนกิจศพ นายไทยสาน นางวัชราภรณ์ น.ส.คชาภรณ์ น.ส.ศศิธร ซึ่งได้นำใส่โลงเย็นวางเรียงกันอยู่ภายในศาลาการเปรียญ โดยมีญาติ ชาวบ้าน และเพื่อนเดินทางมาร่วมงานจำนวนมากเมื่อถึงเวลา 14.00 น. ญาติได้นำโลงศพ นายไทยสาน ขึ้นไปวางบนเมรุ ส่วนศพ นางวัชราภรณ์ น.ส.คชาภรณ์ และ น.ส.ศศิธร นำมาวางบนกองฟอน เพราะต้องทำพิธีเผานอกเมรุนายบุญจันทร์ แสนเหมทอง อายุ 76 ปี และนางเก้า แสนเหมทอง อายุ 71 ปี พ่อแม่นางวัชราภรณ์ ซึ่งเดินทางมาร่วมงาน และยังอยู่ในอาการโศกเศร้า เปิดเผยว่า เมื่อคืนนี้นอนไม่หลับ คิดอะไรไม่ออก ได้แต่ร้องไห้คิดถึงลูกสาวกับหลาน สงสารลูกกับหลานมาก เพราะลูกสาวคนนี้ดูแลพ่อแม่เป็นอย่างดี หลานก็เป็นเด็กดี น่ารัก เมื่อเดือนธันวาคมลูกสาวมายืมเงินพ่อแม่เพื่อไปรับปริญญาลูกสาว พวกตนก็ไปยืมญาติพี่น้องมาให้ 2 หมื่นบาท รู้สึกโกรธลูกเขยที่ตัดสินปัญหาแบบนี้ เมื่อฌาปนกิจเสร็จก็จะขอแยกอัฐิลูกสาวและหลานสาวไปเก็บไว้ที่บ้านอีก 3 ปี รอญาติพี่น้องมาพร้อมกันจึงจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้นอกจากนี้ นายบุญจันทร์ เล่าถึงลางบอกเหตุก่อนหน้าด้วยว่า ตนกับนางเก้าไม่เคยฝันหรือมีสิ่งใดเป็นลางบอกเหตุเลย แต่มีญาติซึ่งอยู่ใกล้บ้านตนมาบอกก่อนเกิดเหตุ 1 วันว่า ฝันเห็นเครื่องบิน 4 ลำ บินวนอยู่ที่หลังคาบ้านตน แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าเป็นการฝันธรรมดา แต่พอรุ่งเช้าก็มีญาติมาบอกว่า นายไทยสาน ลูกเขย ก่อเหตุฆ่าทุบหัวลูกสาว และหลานสาวตาย ก่อนผูกคอตายตาม ซึ่งหลังเกิดเหตุอยากให้ลูกสาวและหลานมาเข้าฝัน แต่ก็ไม่มาเข้าฝันเลย ได้แต่บอกให้ลูกมาเข้าฝันพ่อแม่หน่อย เพราะคิดถึงมาก เชื่อว่าวิญญาณลูกและหลานยังวนเวียนอยู่ในบ้าน หลังจากเสร็จงานศพก็จะไปทำพิธีให้วิญญาณไปผุดไปเกิดด้าน น.ส.ณัฐมน จันทรเสนา อายุ 23 ปี เพื่อน น.ส.คชาภรณ์ หรือ จุ๊บแจง เปิดเผยว่า เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมต้นถึงมัธยมปลาย จุ๊บแจงเป็นเด็กเรียนดี ชอบเรียนพิเศษ ไม่เคยเกเร หลังเรียนหลังจบ ม.ปลาย ต่างแยกย้ายกันไปเรียนมหาวิทยาลัย โดยจุ๊บแจงเรียนคณะเทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ส่วนตนไปเรียนที่ลำปาง แต่โทรศัพท์คุยกันตลอด หลังเรียนจบ จุ๊บแจงได้โทรศัพท์มาหาเพื่อสอบถามเรื่องงานอยากมีงานทำ แต่ไม่ได้บ่นหรือปรับทุกข์ หรือเล่าปัญหาครอบครัวให้ฟัง พอรู้ข่าวก็รู้สึกเสียใจ ขอให้จุ๊บแจงไปสู่สุคติส่วน น.ส.ป๊อบ และ น.ส.บี อายุ 18 ปี เพื่อนสนิท น.ส.ศศิธร หรือ น้องจู นักศึกษาชั้นปีที่ 1 เปิดเผยว่า จูเป็นคนร่าเริง น่ารัก สดใส เป็นคนดูแลเพื่อนทุกคน ไม่เคยพูดปัญหาครอบครัวเลย พอทราบข่าวรู้สึกช็อก ไม่เคยคิดว่าจะเป็นจู เพราะบอกว่าวันที่ 5 มกราคม เจอกันที่มหาวิทยาลัยนะ ถ้าจูฟังอยู่อยากจะบอกว่า "รักนะจูจี้ อยากให้ไปสู่ภพภูมิที่ดี".cr: ONB, thairath#ฆ่ายกครัว #หนี้ท่วม #หาทางออกไม่ได้ #เชียงหวาง #อำเภอเพ็ญ #Udonthani #ข่าวใหญ่ #ข่าวเด่น #มาแรง #ข่าวชาวบ้าน #ข่าวเมืองอุดร #ข่าวอุดรธานี #สำนักข่าวคปท

Posted by สำนักข่าว คปท. อุดรธานี on Monday, January 6, 2020

cr: ONB, thairath
#ฆ่ายกครัว #หนี้ท่วม #หาทางออกไม่ได้ #เชียงหวาง #อำเภอเพ็ญ #Udonthani #ข่าวใหญ่ #ข่าวเด่น #มาแรง #ข่าวชาวบ้าน #ข่าวเมืองอุดร #ข่าวอุดรธานี #สำนักข่าวคปท

Facebook Comments

Admin คปท