ผช.รมว.ยุติธรรมเยี่ยมฆ่ายกครัว 4 ศพ แจงสิทธิญาติ ชาวบ้านหวาดกลัวหวั่นอาถรรพ์ต้นมะม่วง

ที่ห้องประชุม อบต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผช.รมว.ยุติธรรม พร้อมด้วย นายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ,นายธปภัค บูรณะสิงห์ ผอ.กองส่งเสริมการระงับข้อพิพาท พร้อมคณะ ลงพื้นที่พบกับญาติของ นางวัชราภรณ์ ซ่อนชัย อายุ 49 ปี น.ส.คชาภรณ์ ซ่อนชัย อายุ 23 ปี และ น.ส.ศศิธร ซ่อนชัย อายุ 19 ปี ภรรยาและลูกสาว ของ นายไทยสาน ซ่อนชัย อายุ 51 ปี ลูกจ้างประจำศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติเขต 4 จ.อุดรธานี ทุบหัวฆ่าเสียชีวิตในบ้านพัก เนื่องจากมีภาวะเครียดเพราะมีหนี้สิน 2 ล้านบาท ก่อนที่นายไชยสานฯ ใช้เชือกผูกคอกับต้นมะม่วงหน้าบ้าน รวม 4 ศพ เหตุเกิดเมื่อเช้าวันที่ 5 มกราคม 2563

โดยมี นายณฐพล วิถี นายอำเภอเพ็ญ , รักษาการยุติธรรม จ.อุดรธานี พร้อม ตำรวจ สภ.เพ็ญ , รักษาการนายก อบต.เชียงหวาง พร้อม ผู้ใหญ่บ้าน ให้ข้อมูลสาเหตุที่เกิดขึ้น เนื่องจากภาระหนี้สินของตัวสามี ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ จึงตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว โดยมีญาติพี่น้องของนายไชยสาน และ นางวัราภรณ์ฯ มารับฟังสิทธิของญาติผู้เสียชีวิตที่ถูกกระทำ โดยนายสามารถฯ และ นายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ชี้แจงถึงสิทธิที่จะได้รับจาก พรบ.ชดเชยผู้เสียหายจากคดีอาญา ซึ่งผู้จะได้รับเป็นผู้ที่ถูกกระทำ คือ ตัวนางวัชราภรณ์ฯ น.ส.คชาภรณ์ และ น.ส.ศศิธร ภรรยาและลูกสาว ของนายไชยสาน ที่เสียชีวิต โดยญาติที่มีสิทธิอันชอบธรรม จะเป็นผู้ได้รับค่าเสียหายในส่วนนี้ ส่วนทางนายไชนสาน ที่เป็นตัวผู้กระทำ ถึงจะเสียชีวิต จะไม่ได้รับสิทธิตรงนี้

นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผช.รมว.ยุติธรรม เปิดเผยว่า หลังทราบข่าวที่เกิดขึ้นกับครอบครัวนี้ ทาง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองน่ายกรัฐมนตรี ที่ดูแลเรื่องหนี้นอกระบบ แก้ไขปัญหาให้กับประชาชน และ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ที่เน้นย้ำสร้างยุติธรรมเชิงรุกให้กับประชาชน ตนและคณะจึงเดินทางมาพบกับครอบครัวที่ปลิดชีวิตตัวเอง เนื่องจากเป็นหนี้ ซึ่งตรงกับบทบาทของกระทรวงยุติธรรม ในเรื่องของ พรบ.ชดเชยผู้เสียหายจากคดีอาญา มารับฟังข้อมูลทั้งจากทางตำรวจ นายอำเภอ และครอบครัวผู้เสียชีวิต ที่ดูแล้วเข้าเกณฑ์และเงื่อนไขที่กระทรวงยุติธรรมจะเข้ามาดูแลได้

“ต้องยอมรับก่อนว่า รัฐธรรมนูญ เขียนไว้ชัดเจนว่า ประชาชนทุกคนต้องได้รับการปกป้อง คุ้มครอง ทั้งสิทธิและเสรีภาพ ต่อชีวิตและทรัพย์สิน หากมีใครมาทำร้ายให้เสียชีวิต ตรงนี้เองมีกฎหมายที่เข้าไปให้การช่วยเหลือ เบื้องต้นทางอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ชี้แจ้งว่า ทางภรรยาที่เสียชีวิต จะได้รับการช่วยเหลือเบื้องต้นประมาณ 1.1 แสนบาท ส่วนลูกทั้ง 2 คน จะได้คนละ 7 หมื่นบาท ซึ่งเงินตรงนี้จะตกสู่ทายาทตามกฎหมายว่า ใครเป็นทายาทโดยชอบธรรมที่จะได้รับเงินช่วยเหลือ โดยจะมีการพิจารณาในวันที่ 22 มกราคม นี้ ที่มีประธานคณะอนุกรรมการฯ จะดำเนินการพิจารณาในเรื่องนี้”

นายสามารถฯ กล่าวอีกว่า วันนี้ทางญาติผู้เสียชีวิต ได้รับรู้ถึงสิทธิของตัวเอง โดยตนเน้นย้ำกับทางยุติธรรมจังหวัด ให้เข้าไปอธิบายต่อประชาชนให้รับรู้ถึงสิทธิของตัวเอง เพราะบางครั้งเห็นคนอื่นถูกละเมิด อย่างเช่นถูกรถชน ปรากฎว่าไม่ได้เข้ามารับรองขอสิทธิภายใน 1 ปี ซึ่งก็มีการไปออกทีวีหลาย ๆ ช่อง แต่ก็ ไม่สามารถช่วยเหลือได้ มันมีเรื่องของอายุความที่จะต้องขอภายใน 1 ปี จึงต้องพยายามบอกกับประชาชนให้รับทราบถึงสิทธิดังกล่าว โดยทางสื่อมวลชน ต้องช่วยกันประช่าสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบถึงสิทธิดังกล่าว

ทั้งนี้ทางครอบครัวผู้เสียชีวิตคงไม่อยากให้เกิด แต่หากเกิดขึ้นแล้ว เราต้องได้รับการเยียวยาดูแลอย่างไร โดยคดีนี้เราต้องนำมาถอดบทเรียนว่า เราจะปกป้องไม่ให้มีการฆ่าตัวตาย หรือปลิดชีวิตในเรื่องของการเป็นหนี้ ซึ่งทางรัฐบาลพยายามจะหาแหล่งทุน มาช่วยเหลืออยู่แล้ว
นายณฐพล วิถี นายอำเภอเพ็ญ บอกว่า จากการตรวจสอบกับทางไฟแนนซ์สีชมพู ทราบว่า นายไชยสานฯ นำที่ดินไปจำนองในราคา 50,000 บาท ไม่ใช่ 5,000 บาท ซึ่งทางพี่น้องบอกจะหาเงินมาดำเนินการไถ่ถอน ส่วนบ้านหลังที่เกิดเหตุ ทางญาติ ๆ เห็นพ้องว่า จะรื้อบ้านทั้งหลัง นำไม้ไปถวายวัดอุทิศส่วนกุศลให้ครอบครัวที่เสียชีวิต รวมทั้งต้นมะม่วง ต้นไม้ต่าง ๆ จะตัดออกให้หมด เพื่อให้คนในหมู่บ้านเกิดความสบายใจ

ผช.รมว.ยุติธรรมแจงสิทธิญาติฆ่ายกครัว4ศพเตรียมรื้อบ้านถวายวัด

ผช.รมว.ยุติธรรมเยี่ยมฆ่ายกครัว 4 ศพ แจงสิทธิญาติ ชาวบ้านหวาดกลัวหวั่นอาถรรพ์ต้นมะม่วงที่ห้องประชุม อบต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผช.รมว.ยุติธรรม พร้อมด้วย นายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ,นายธปภัค บูรณะสิงห์ ผอ.กองส่งเสริมการระงับข้อพิพาท พร้อมคณะ ลงพื้นที่พบกับญาติของ นางวัชราภรณ์ ซ่อนชัย อายุ 49 ปี น.ส.คชาภรณ์ ซ่อนชัย อายุ 23 ปี และ น.ส.ศศิธร ซ่อนชัย อายุ 19 ปี ภรรยาและลูกสาว ของ นายไทยสาน ซ่อนชัย อายุ 51 ปี ลูกจ้างประจำศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติเขต 4 จ.อุดรธานี ทุบหัวฆ่าเสียชีวิตในบ้านพัก เนื่องจากมีภาวะเครียดเพราะมีหนี้สิน 2 ล้านบาท ก่อนที่นายไชยสานฯ ใช้เชือกผูกคอกับต้นมะม่วงหน้าบ้าน รวม 4 ศพ เหตุเกิดเมื่อเช้าวันที่ 5 มกราคม 2563โดยมี นายณฐพล วิถี นายอำเภอเพ็ญ , รักษาการยุติธรรม จ.อุดรธานี พร้อม ตำรวจ สภ.เพ็ญ , รักษาการนายก อบต.เชียงหวาง พร้อม ผู้ใหญ่บ้าน ให้ข้อมูลสาเหตุที่เกิดขึ้น เนื่องจากภาระหนี้สินของตัวสามี ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ จึงตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว โดยมีญาติพี่น้องของนายไชยสาน และ นางวัราภรณ์ฯ มารับฟังสิทธิของญาติผู้เสียชีวิตที่ถูกกระทำ โดยนายสามารถฯ และ นายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ชี้แจงถึงสิทธิที่จะได้รับจาก พรบ.ชดเชยผู้เสียหายจากคดีอาญา ซึ่งผู้จะได้รับเป็นผู้ที่ถูกกระทำ คือ ตัวนางวัชราภรณ์ฯ น.ส.คชาภรณ์ และ น.ส.ศศิธร ภรรยาและลูกสาว ของนายไชยสาน ที่เสียชีวิต โดยญาติที่มีสิทธิอันชอบธรรม จะเป็นผู้ได้รับค่าเสียหายในส่วนนี้ ส่วนทางนายไชนสาน ที่เป็นตัวผู้กระทำ ถึงจะเสียชีวิต จะไม่ได้รับสิทธิตรงนี้นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผช.รมว.ยุติธรรม เปิดเผยว่า หลังทราบข่าวที่เกิดขึ้นกับครอบครัวนี้ ทาง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองน่ายกรัฐมนตรี ที่ดูแลเรื่องหนี้นอกระบบ แก้ไขปัญหาให้กับประชาชน และ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ที่เน้นย้ำสร้างยุติธรรมเชิงรุกให้กับประชาชน ตนและคณะจึงเดินทางมาพบกับครอบครัวที่ปลิดชีวิตตัวเอง เนื่องจากเป็นหนี้ ซึ่งตรงกับบทบาทของกระทรวงยุติธรรม ในเรื่องของ พรบ.ชดเชยผู้เสียหายจากคดีอาญา มารับฟังข้อมูลทั้งจากทางตำรวจ นายอำเภอ และครอบครัวผู้เสียชีวิต ที่ดูแล้วเข้าเกณฑ์และเงื่อนไขที่กระทรวงยุติธรรมจะเข้ามาดูแลได้“ต้องยอมรับก่อนว่า รัฐธรรมนูญ เขียนไว้ชัดเจนว่า ประชาชนทุกคนต้องได้รับการปกป้อง คุ้มครอง ทั้งสิทธิและเสรีภาพ ต่อชีวิตและทรัพย์สิน หากมีใครมาทำร้ายให้เสียชีวิต ตรงนี้เองมีกฎหมายที่เข้าไปให้การช่วยเหลือ เบื้องต้นทางอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ชี้แจ้งว่า ทางภรรยาที่เสียชีวิต จะได้รับการช่วยเหลือเบื้องต้นประมาณ 1.1 แสนบาท ส่วนลูกทั้ง 2 คน จะได้คนละ 7 หมื่นบาท ซึ่งเงินตรงนี้จะตกสู่ทายาทตามกฎหมายว่า ใครเป็นทายาทโดยชอบธรรมที่จะได้รับเงินช่วยเหลือ โดยจะมีการพิจารณาในวันที่ 22 มกราคม นี้ ที่มีประธานคณะอนุกรรมการฯ จะดำเนินการพิจารณาในเรื่องนี้”นายสามารถฯ กล่าวอีกว่า วันนี้ทางญาติผู้เสียชีวิต ได้รับรู้ถึงสิทธิของตัวเอง โดยตนเน้นย้ำกับทางยุติธรรมจังหวัด ให้เข้าไปอธิบายต่อประชาชนให้รับรู้ถึงสิทธิของตัวเอง เพราะบางครั้งเห็นคนอื่นถูกละเมิด อย่างเช่นถูกรถชน ปรากฎว่าไม่ได้เข้ามารับรองขอสิทธิภายใน 1 ปี ซึ่งก็มีการไปออกทีวีหลาย ๆ ช่อง แต่ก็ ไม่สามารถช่วยเหลือได้ มันมีเรื่องของอายุความที่จะต้องขอภายใน 1 ปี จึงต้องพยายามบอกกับประชาชนให้รับทราบถึงสิทธิดังกล่าว โดยทางสื่อมวลชน ต้องช่วยกันประช่าสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบถึงสิทธิดังกล่าว ทั้งนี้ทางครอบครัวผู้เสียชีวิตคงไม่อยากให้เกิด แต่หากเกิดขึ้นแล้ว เราต้องได้รับการเยียวยาดูแลอย่างไร โดยคดีนี้เราต้องนำมาถอดบทเรียนว่า เราจะปกป้องไม่ให้มีการฆ่าตัวตาย หรือปลิดชีวิตในเรื่องของการเป็นหนี้ ซึ่งทางรัฐบาลพยายามจะหาแหล่งทุน มาช่วยเหลืออยู่แล้วนายณฐพล วิถี นายอำเภอเพ็ญ บอกว่า จากการตรวจสอบกับทางไฟแนนซ์สีชมพู ทราบว่า นายไชยสานฯ นำที่ดินไปจำนองในราคา 50,000 บาท ไม่ใช่ 5,000 บาท ซึ่งทางพี่น้องบอกจะหาเงินมาดำเนินการไถ่ถอน ส่วนบ้านหลังที่เกิดเหตุ ทางญาติ ๆ เห็นพ้องว่า จะรื้อบ้านทั้งหลัง นำไม้ไปถวายวัดอุทิศส่วนกุศลให้ครอบครัวที่เสียชีวิต รวมทั้งต้นมะม่วง ต้นไม้ต่าง ๆ จะตัดออกให้หมด เพื่อให้คนในหมู่บ้านเกิดความสบายใจCR: ONB, กฤษดา จันทร์ดวง#ฆ่ายกครัว #4ศพ #หนี้ท่วม #หาทางออกไม่ได้ #เชียงหวาง #อำเภอเพ็ญ #Udonthani #ข่าวใหญ่ #ข่าวเด่น #มาแรง #ข่าวชาวบ้าน #ข่าวเมืองอุดร #ข่าวอุดรธานี #สำนักข่าวคปท

Posted by สำนักข่าว คปท. อุดรธานี on Thursday, January 9, 2020

CR: ONB, กฤษดา จันทร์ดวง
#ฆ่ายกครัว #4ศพ #หนี้ท่วม #หาทางออกไม่ได้ #เชียงหวาง #อำเภอเพ็ญ #Udonthani #ข่าวใหญ่ #ข่าวเด่น #มาแรง #ข่าวชาวบ้าน #ข่าวเมืองอุดร #ข่าวอุดรธานี #สำนักข่าวคปท

Facebook Comments

Admin คปท